สยบ ‘ออฟฟิศซินโดรม’ ด้วย ‘โยคะเก้าอี้’

พฤติกรรมที่เห็นจนชินตาของหนุ่ม-สาวออฟฟิศยุคนี้ เห็นจะไม่พ้นการนั่งทำงานอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์กับ ท่านั่งเดิมๆ เป็นเวลานานติดต่อกัน จนทำให้ “ออฟฟิศ ซินโดรม” เป็นโรคร้ายยอดฮิตคุกคามสุขภาพคนวัยทำงานมากขึ้นทุกวัน

หากเราไม่เรียนรู้ถึงการแก้ไข วันข้างหน้าคงไม่เป็นผลดีกับใครๆ แน่

ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. จึงไม่รอช้าจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ทันกระแส ให้ชาวออฟฟิศได้รู้จักกับ “โยคะเก้าอี้” แบบง่ายๆ โดยใช้เก้าอี้ที่คุณนั่งทำงานนี่แหละ เป็นอุปกรณ์ในการออกกำลังกาย ซึ่งท่าโยคะเหล่านี้ จะช่วย คลายความปวดเมื่อย กระชับหุ่น แถมยังช่วยบำบัดอาการออฟฟิศซินโดรมได้อีกด้วย

“ครูพันธ์” หรือ “อาจารย์วีระพันธ์ ไกรวิทย์” วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ให้ความรู้เกี่ยวกับโยคะเก้าอี้ว่า เป็นการประยุกต์ท่าโยคะทั่วไปให้สามารถใช้กับเก้าอี้ได้ โดยออกแบบท่าง่ายๆ ให้เหมาะสำหรับการนั่งทำงานใน สำนักงาน เพื่อให้ผู้ที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ได้เปลี่ยนอิริยาบถระหว่างการทำงานบ้าง

ครูพันธ์ บอกให้ทราบว่า “ประโยชน์คือใช้เวลาเพียง เล็กน้อย แต่สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากความเมื่อยล้า และความเครียดเมื่อต้องทำงานอยู่ในท่าซ้ำๆ เป็นเวลานานได้”

แถม “ครูพันธ์” ยังอธิบายเพิ่มเติมให้ทราบอีกว่า ท่าโยคะสำหรับผู้ทำงานในออฟฟิศ หรือ ผู้ที่ต้องทำงาน อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มท่า ที่บริหาร คอ ไหล่ สะบัก ทรวงอก แขน 2.กลุ่มท่า ที่บริหาร นิ้วมือ ข้อมือ แขน 3.กลุ่มท่าที่บริหาร หลัง ลำตัว กระดูกสันหลัง 4.กลุ่มท่าบริหารสะโพก ขา เข่า และ 5.กลุ่มท่าที่บริหารตา

นอกจากนี้ “วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะ” บอกด้วยว่า โดยหลักการฝึกท่าโยคะสำหรับผู้ทำงานอยู่หน้าจอ คอมพิวเตอร์ 5 ข้อง่ายๆ ประกอบด้วย 1.ต้องจัดท่าการนั่ง ให้ถูกต้องสมดุล เช่น หลังตรง คอตรง นั่งเต็มก้น วางเท้าสอง ข้างเต็มพื้น ลงน้ำหนักเท่ากันทั้งซ้ายขวา 2.อยู่ในท่าด้วย ความมั่นคง นิ่งไว้สักครู่ 3.ทำตัวสบายๆ เพื่อผ่อนคลาย

ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง 4.ออกแรงยืดเหยียดให้พอเหมาะพอดี ไม่มากเกินไป หรือ น้อยเกินไป และ 5.มีสติระลึกรู้อยู่กับร่างกาย เช่น ส่วนที่เหยียดตึงขณะทำ หรือหลังทำเสร็จรู้สึกผ่อนคลายสบายขึ้น

คุณธนวัฒน์ กิจตระกูลสมพงษ์ อายุ 46 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ บอกว่า ส่วนตัวไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยอะไรจากโรคออฟฟิศซินโดรม เพียงแต่อยากลองฝึกโยคะเอาไว้ เพื่อใช้สำหรับยืดเส้นยืดสาย คลายปวดเมื่อย เวลานั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ

ขณะที่ คุณธมน ทิพยสินธุ์ อายุ 43 ปี อาชีพพนักงานบริษัท บอกว่า มีอาการปวดตามมือและแขนอยู่ บ่อยๆ จึงอยากมาเรียนรู้เพิ่มเติม เนื่องจาก ส่วนตัวมีพื้นฐาน การฝึกโยคะอยู่แล้ว เพราะเคยเรียนมาก่อน อย่างไรก็ตาม พอลองมาฝึกโยคะเก้าอี้แล้วรู้สึกว่า น่าสนใจ โดยเฉพาะท่าที่ออกแบบมา ก็เป็นท่าที่ง่ายๆ แต่ได้ผลดี สามารถนำ ไปใช้ ในที่ทำงานได้จริง

ส่วน คุณมัลลิกา พริ้งประยงค์ พนักงานบริษัทเอกชน บอกว่า ก่อนมาฝึกโยคะเก้าอี้ มักมีอาการปวดที่” บริเวณหัวไหล่อยู่เป็นประจำ โดยสาเหตุน่าจะมาจากการ ยกของหนัก และการนั่งทำงานผิดท่า โอกาสที่ได้มาฝึกโยคะ เก้าอี้ครั้งนี้ ทำให้ได้รับความรู้มากมาย โดยเฉพาะความรู้ในเรื่องการจัดลักษณะท่าทางที่ถูกต้องในการทำงาน

การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เพราะไม่ว่า จะยุคสมัยใด พุทธสุภาษิตที่ว่า “อโรคยา ปรมาลาภา การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” ก็สะท้อน “สัจธรรม” ของชีวิตเสมอมาว่า แม้จะมีเงินทองมากมาย ก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีให้กับตัวเองได้

ในสังคมของมนุษย์วันนี้ มองเพียงผิวเผินอาจ ดูเหมือนว่า รอบๆ ตัวของเรามีตัวช่วยอยู่มากมายที่จะแก้ปัญหาให้กับเรา แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว เราจะพบว่า ตัวช่วยที่สำคัญที่สุดที่เราจะพึ่งได้อย่างแน่นอนคือตัวของเราเอง เพราะฉะนั้นหากวันนี้คุณไม่อยากให้ต้องกลายเป็นผู้หนึ่งที่ตกอยู่ในภาวะออฟฟิศซินโดรม จะช้าอยู่ทำไมล่ะติดต่อไปได้เลยทันทีที่ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.